On Page SEO คืออะไร

On Page SEO คือการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ เพิ่มประสิทธิภาพของหน้าเว็บไซต์ เพื่อปรับปรุงการจัดอันดับของ Search Engines ให้ดีขึ้น ส่วนใหญ่ตามที่เห็นกันนั้น ก็จะมีไม่กี่กลยุทธ์ ที่นิยมใช้กัน อย่างเช่น Title , H1 , Meta Description , Content โดยใช้ Exact Match Keyword [เครื่องบิน] เป็นต้น

Landing Page Optimization

แต่ในการทำแบบนี้ถือว่าล้าสมัยไปแล้ว เพราะว่า สำหรับปี 2016 นั้น Google มีความซับซ้อนมากขึ้น พอที่จะเข้าใจคำพ้องความหมาย และ ความสัมพันธ์กันโดยรวมของหน้าเว็บเพจ ตามข้อมูลของเรา Exact Match Keyword ใน Title , URL , H1 หรือในเนื้อหาบทความ ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับการจัดอันดับของ Google แต่ในการทำ On Page SEO นั้นไม่ได้จบลงด้วยการใช้ Keyword เพื่อทำอันดับในหน้าเว็บเพจอย่างเดียว นอกจากนี้คุณควรทำสิ่งเหล่านี้ด้วย เพื่อทำให้เว็บไซต์ดีขึ้นในสายตาของ Search Engines เช่น ความเร็วในการโหลดหน้าของหน้าเว็บไซต์ Page Speed , การใช้งานของ Https , ความยาวของเนื้อหาของเว็บไซต์ , การเชื่อมโยง Links ออกไปยังเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ

On Page SEO Factors

จากภาพแสดงว่าให้เห็นว่า Backlinks ยังมีอิทธิพลมากขึ้นในการจัดอันดับในหน้าเว็บเพจ มากกว่าการใช้ Exact Match Keyword

1. Keyword in URL 

สิ่งที่แนะนำจะให้ทำเรียกว่า “descriptive URLs” อย่างเช่น www.rankknock.com/on-page-seo (Anchor Text ก็คือ On Page SEO) ซึ่ง Google จะเน้น Keyword ที่ Keyword in URL ดังนั้นหากเว็บคุณยังใช้ URL ที่มีลักษณะเหมือน www.rankknock.com/7234GH ลักษณะนี้อยู่ แน่นอนคุณควรจะเปลี่ยนรูปแบบใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม John Mueller ก็ยังไม่เชื่อว่า การเปลี่ยน URLs นั้นจะช่วยเพิ่มการจัดอันดับให้ดีขึ้น แต่สำหรับผม มันน่าสนใจกว่า URL ที่เป็นตัวเลข อย่างน้อยคิดว่าทำดีกว่าไม่ทำ

2. Keyword in Content

จากการวิจัยของต่างประเทศ 75% ของหน้าเว็บที่มีอันดับใน Google TOP10 นั้นส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ Exact Match Keyword ใน Content ซึ่งเป็นไปได้ว่า Keyword Density เมื่อมองจากสถิติเราอาจจะไม่ต้องทำมันก็ได้ หมายความว่าเราเขียนบทความโดยที่ไม่ต้องสนใจ Keyword ที่จะพยายามเน้นลงไปใบบททความ และ ใน 100 คำแรกของบทความ ใน Google TOP10 ส่วนใหญ่จะใส่แค่ 1 Keyword ลงไปแค่นั้นเอง ซึ่งจากคำแนะนำนั้น เมื่อการเขียนเนื้อหาในเว็บไซต์ สิ่งที่ควรจะสนใจเป็นอันดับแรกคือ บทความที่เป็นประโยชน์ ของคนที่ค้นหามากกว่าที่จะมากังวลเรื่อง Exact Match Keyword


และที่นี้มาต่อที่ เรื่องทั่วไปของการทำ On Page SEO

1. Age of the page อายุของหน้าเว็บเพจ

จากข้อมูลที่ได้รับมา แสดงให้เห็นว่า อายุของเพจที่สร้างใหม่ จะใช้เวลาในการทำอันดับบน Google และ สิ่งที่ควรทำถ้าต้องการเร่งในการทำอันดับบน Google ควรจะปรับข้อมูลในหน้าเพจนั้น ให้ตรงกับเจตนาของผู้ค้นหา พยายามทำให้ดีกว่าข้อมูลที่มีอยู่ใน TOP10 และ สร้าง Backlinks ใหม่ และปรับปรุงเรื่อง Internal Backlink ของเว็บเพจ

2. Using HTTPS

กลับไปในปี 2014 นั้น Google ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะใช้ HTTPS ในการจัดอันดับ แต่การวิจัยนั้น มีการยืนยันมาว่า HTTPS ไม่มีความสัมพันธ์กับการจัดอันดับของ Google อาจจะมีเล็กน้อย เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้เข้าชม แต่ในการทำ HTTPS นั้น อาจจะช่วยให้เว็บไซต์ดูน่าเชื่อถือจากผู้เข้าชมมากขึ้น

3. Page load time

มีข่าวมาว่า Google จะหยุดพิจารณาจากปัจจัยนี้ในการจัดอันดับการค้นหา และ ก็ออกมาตามผลวิจัยของ Ahrefs ซึ่งความสัมพันธ์ของปัจจัยนี้สำหรับเว็บอันดับที่มีตำแหน่งสูงนั้นน้อยมาก แต่จะเกี่ยวข้องกับผู้เข้าชมมากกว่า เพราะถ้าเว็บไซต์โหลดเร็วพอ ผู้เข้าชมก็จะมีความสุขมากกว่าการมานั่งรอเว็บโหลด

4. Length of content ความยาวของบทความ

จากการวิจัยมานั้น มันมีข้อความนึงบอกว่า Great Content กับ Long-From Content ประมาณว่า บทความที่ดี ไม่จำเป็นต้องยาวก็ได้ เพียงแต่เขียนบทความที่มีประโยชน์ต่อผู้ที่ค้นหา พยายามทำให้บทความมีค่ามากขึ้น ด้วยจำนวนคำที่น้อยดีกว่า สำหรับผมแนะนำว่าซัก 700-800 คำขึ้นไปก็พอแล้ว

5. URL Length

ไม่ค่อยมีผลกับการจัดอันดับเท่าไหร่ แต่จะมีผลกับผู้ใช้มากกว่า โดยการวิจัยนั้น URL ที่สั้นจะดีกว่า URL ที่ยาว

6. Broken links

ซึ่งค่อนข้างสำคัญที่ไม่ควรให้มี Broken Links เกิดในเว็บไซต์ของเรา ซึ่ง Google อาจจะลงโทษคุณ

7. Social Shares

มันเป็นเรื่องที่ยังไม่แน่นอนในการจัดอันดับ แต่ก็มีหลายที่บอกมาว่าดีสำหรับการจัดอันดับ แต่ไม่ควรที่จะปลอม เช่นการซื้อ Like Share ควรจะสัมพันธ์กัน บางเว็บไซต์มี 50k Likes แต่ Shares 0 ก็มี เพราะสำหรับความคิดผม ยิ่งมีคนคลิก Links ที่เรา Shares ลงไปใน Social ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี

8. Relevance

ความสัมพันธ์กัน ซึ่งไม่ว่าจะมี Backlinks ที่น้อยกว่า แต่ถ้าหากเราจะสื่อเรื่องที่เฉพาะเกี่ยวกับ Keyword นั้น ซึ่งจากการทดลองนั้นสามารถทำอันได้ดีกว่า เว็บที่มี Backlinks เยอะแต่สื่อเนื้อหาค่อนข้างกว้างจนเกินไป

Relvance


ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและรูปภาพจาก Ahrefs.com